Goople
Goople AdSense รวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ Google AdSense ให้ทุกคนได้ทราบค่ะ สามารถติดต่อผ่านเมล์ได้ที่ info@goople-adsense.com นะคะ

วันจันทร์, สิงหาคม 10, 2009

ของขวัญวันแม่

สวัสดีค่ะ

ใกล้เทศกาลวันแม่เข้ามาทุกทีๆ แล้วนะคะ ดังนั้น วันนี้เปิ้ลขอนอกเรืืองด้านไอที มาเปลี่ยน mode เป็นเกี่ยวกับแม่บ้างดีกว่านะคะ

เปิ้ลคิดว่า ตอนนี้หลายๆ คนคงกำลังคิดหาของขวัญให้แม่อยู่เป็นแน่ ซึ่งก็รวมถึงเปิ้ลด้วยว่า จะให้ของขวัญอะไรกับแม่ดี ถ้าถามแม่ แม่ก็คงตอบว่า อะไรก็ได้แน่ๆๆ อยากซื้อของแพงๆ ให้แต่ในเศรษฐกิจแบบนี้ หาของอะไรที่มีคุณค่าทางจิตใจดีกว่า... แล้วก็คิดได้ว่า ควรจะเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการทำอาหารให้แม่กินในวันแม่นี้จะดีกว่า แล้วเปิ้ลก็รู้ว่า สมาชิกที่รับข่าวจากเปิ้ลนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ดังนั้น หากมีโอกาสลองทำกับข้าวให้แม่ทานกันในวันแม่นี้ ดีไหมค่ะ?

แต่เปิ้ลคงไม่มาบอกเฉยๆ แน่ๆ ค่ะ วันนี้เปิ้ลเลยจัดสอนทำอาหารเพื่อแม่กันเลยดีกว่า
และถ้าเปิ้ลเดาไม่ผิด คุณแม่ของเพืือนๆ น่าจะพอจะมีอายุกันพอสมควร หรือบางคนอยู่ในวัยทองกันเลยทีเดียว ดังนั้นเมนูที่เปิ้ลจะสอนวันนี้ คงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ให้ทำได้ง่ายๆ และมีประโยชน์กับคุณแม่อย่างแน่นอนค่ะ

ขอตั้งชื่อเมนูเลยนะคะ ว่า "
ข้าวผัด AdSense for mom"
(ข้าวผัดน่าจะเป็นอะไรที่ทุกคนทำกันได้ทุกคน ^_^)

เครื่องปรุง

ข้าวกล้อง (ไม่สะดวกข้าวสวยก็ได้ค่ะ)

ถั่วลันเตา แครอท และข้าวโพด ที่หั่นเป็นลูกเต๋า ขอเรียกว่าเป็นเมล็ดถั่วนะคะ
(สามารหาซื้อได้ที่ แม็คโคร สำเร็จรูปแล้วคะ่ 1kg 60 บาทค่ะ)

กุ้งแห้ง

หมูสับ

ไข่ไก่

วิธีทำ

1. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมัน กระเทียมทอดจนหอม
2. นำหมูและเมล็ดถั่ว ไปผัดจนสุก
3. ตอกไข่ ยี้ให้พอสุก
4. ใส่ข้าว แล้วปรุงรสตามใจชอบ
5. โรยกุ้งแห้งคลุกให้ร้อน
6. ยกขึ้น ตักใส่จาน
7. จัดจานให้งามๆ พร้อมน้ำส้มคั้น 1 แก้ว

เปิ้ลว่า ทำให้แม่แบบนี้ แม่ก็ปลื้มจะแย่แล้วค่ะ... รับรองได้..
ทำได้ง่ายๆ ในวันแม่นี้ค่ะ อ่อ... เมนูนี้ เปิ้ลเคยทำกินแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำให้แม่นะคะ เพราะเก็บไว้ surprise แม่ค่ะ หุหุ..

อ่อ.. ลืมบอก
คุณประโยชน์นะคะ
บรรดาเมล็ดถั่ว จะ่ช่วยอาการลมเพ ลมพัดของคุณแม่ได้
กุ้งแห้ง เสริมแคลเซียมและฟอสฟอรัส
น้ำส้ม ป้องกันโรคกระดูกพรุน

แล้วพบกันใหม่นะคะ

apple_lin

ป้ายกำกับ: , , ,

วันเสาร์, สิงหาคม 11, 2007

บทความของ แม่!!

สวัสดีค่ะ

ควันหลงวันแม่นิดนะคะ... เพราะวันนี้ เปิ้ลได้รับเมล์ฉบับหนึ่ง พออ่านเสร็จแล้วรู้สึกว่า น้ำตาร่วงเลยค่ะ เพราะเปิ้ลเห็นภาพเลยค่ะว่า หลายๆ คนก็เป็นแบบนี้ ลองอ่านกันดูนะคะ...
----------------------

ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ

ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป เรียน เที่ยว นอน กิน

ดึกๆผมก็โทรคุยกับแฟนของผม

ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผมและผมก็

เชื่อว่าใครๆเค้าก็ทำแบบนี้กัน จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง

กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิด ถึงเค้ามั้ยเนี่ย” “รู้มั้ยตัวเอง

ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง

ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ ประโยคต่างๆที่ผมได้คิดและคัดสรร

เตรียมพร้อมมาต่างๆก่อนโทร ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับ

การคุยโทรศัพท์ ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น

พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ ไม่ชอบนะ

หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน เอ้อ

เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ

แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง

เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย” “วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง

อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะโธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ ตอบไปแบบเดิมๆ

แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย

ผมกับแม่ น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง

จนกระทั่งวันนั้น ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย” “เร็วๆสิ

เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ” “แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ

ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน

ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า “Home” “โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย

กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของ

ผมต่อไป เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ

และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมี โอกาสฟังเสียงของแม่

หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า

และแม่ของผมขัดขืน และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง

แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผม เล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น

ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทร

แจ้งตำรวจหรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา ผม

สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม

วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น

วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟน ผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม

ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต ผู้หญิงคนเดียวที่ผม

สามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ

ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือ ไม่ ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ

คนเดียวในโลกที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ คน

เดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม

และคนเดียวในโลกที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต

ในบางครั้งประโยคที่ว่า ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว

มันก็ไม่เป็นความจริง เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว

อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม หลังจากนั้น

ไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลายๆชั่วโมงคุยกับเธอก็ทิ้งผมไป

วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น หลายๆอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ

มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป

เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการ กระทำของเราเอง

“เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป”

ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์ รอ ที่จะตอบคำถามเดิมๆให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง

แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว

------------
อ่านบทความนี้ จบแล้ว อย่าลืมรักแม่ให้มากขึ้นกว่าเดิมนะคะ...

apple_lin

ป้ายกำกับ: , , ,

วันพุธ, สิงหาคม 08, 2007

บริหารเวลา

สวัสดีวันแม่ค่ะ


วันแม่ปีนี้ เพื่อนๆ มีคิวจะพาคุณแม่ไปเที่ยวไหนกันบ้างค่ะ?? หากคุณยุ่งมากจนไม่สามารถพาคุณแม่ไปเที่ยวไหนได้เลยล่ะก็ แนะนำว่า แค่กลับไปหาท่าน ก้มลงกราบงามๆ และบอกว่า คุณรักท่านมากแค่ไหน เปิ้ลว่า แค่นี้คุณแม่ก็คงปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูกแล้วล่ะค่ะ เพราะคนเป็นแม่คงไม่ต้องการอะไรจากลูก รู้เพียงอย่างเดียว คือ ต้องการเห็นลูกประสบความสำเร็จในชีวิต แค่นี้ คุณแม่ก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ แต่อย่างไรเราก็อย่าลืมแบ่งเวลาให้คุณแม่ด้วยนะคะ ไม่ใช่เฉพาะแค่วันแม่เท่านั้น ขอให้ความสำคัญกับแม่ในทุกๆ วัน เพราะคงไม่มีใครจะรักเราเท่ากับ คุณพ่อ คุณแม่ อีกแล้วล่ะค่ะ


แต่ถ้าคุณบอกว่า ไม่มีเวลาขนาดกลับไปเยี่ยมท่านเลยล่ะก็ วันนี้ เปิ้ลจะแนะนำวิธีการบริหารเวลา ให้สามารถใช้เวลาให้คุ้มค่า มาฝากกันค่ะ

1. เตรียมพร้อม

เตรียมพร้อมอย่างไรค่ะ ง่ายๆ เลยก็คือ ให้คุณคิดว่า พรุ่งนี้คุณจะต้องทำงานอะไรบ้างเขียนใส่กระดาษ หรือ notepad ไว้ค่ะ ว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง แล้วเรียงลำดับความสำคัญซะ อะไรสำคัญมากอยู่ด้านบน อย่าเพิ่งบอกว่า ทุกอันสำคัญเท่ากันหมดเลยนะคะ ถ้าทุกอันสำคัญทั้งนั้น ให้แบ่งเวลาใส่ลงไปเลยค่ะ ว่าช่วงเวลานี้ จะทำงานนี้ 2 ชม. อีกงานจะทำ 3 ชม. คุณจะได้ทราบว่า ตัวเองมีเวลาทำงานได้ทุกตัวทีเดียวค่ะ


2.
อย่ารับงานมาก

บางคนชอบรับงานมาทำมากจนเกินไป หรือรับปากจะช่วยคนอื่นทำงานโดยที่ไม่รู้ว่าจะเสร็จหรือไม่ เลือกงานที่จะรับมาทำและเป็นงานที่เราถนัด (ถ้าเลือกได้)


3.
อย่าหวังว่า ทำได้ดีที่สุด

เพราะการทำงานทุกอย่างให้ออกมาดี แบบไม่มีที่ติ นั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังงาน และเวลาค่อนข้างมาก ดังนั้น อย่าเสียเวลากับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้บริหารเวลาไม่เป็นค่ะ


4.
รู้จักปฏิเสธ

หลายๆ คน เป็นคนใจดีมีน้ำใจ เพื่อนให้ช่วยอะไรก็ช่วยเสมอ แต่บางครั้ง หากเราไม่สามารถทำงานได้ทันเวลา หรือเป็นงานที่เกินกำลัง ก็ควรปฏิเสธบ้างนะคะ


5.
อย่าเสียเวลากับกองกระดาษ

ไม่ควรเก็บเอกสารทุกอย่าง กองอยู่บนโต๊ะ ควรมีการจัดเก็บเข้าแฟ้มให้เรียบร้อย เพื่อให้เวลาที่หาเอกสารใดๆ ก็ตามแต่ เราจะค้นหาได้ง่ายขึ้น และไม่เสียเวลาในการค้นหา (รวมถึงเอกสารที่อยู่ในเครื่องคอมฯ ด้วยนะคะ ถ้าหาไม่เจอก็ใช้ google desktop ค่ะ ช่วยได้มากจริงๆ)


6.
หาคนช่วย

ถ้าเราทำงานไม่ทันจริงๆ ก็บอกเพื่อนให้ช่วยเราบ้างก็ได้ค่ะ อย่ากลัวเสียหน้า อาจจะมีเพื่อนดีๆ ที่พร้อมจะเต็มใจช่วยเหลือเราอยู่เสมอค่ะ


7.
พักผ่อนบ้าง

หาเวลาพักผ่อนบ้าง ถ้าระหว่างวันที่นั่งทำงาน มันเครียดจนคิดอะไรไม่ออกเลย ก็ลุกขึ้นมา ยืดเส้น ยืดสาย ไปคุยกับเพื่อนที่แผนกอื่นบ้าง เพื่อจะได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ ในการทำงานเพิ่มมากขึ้นค่ะ แต่อย่าเม้าท์เพลินจนลืมกลับมาทำงานนะคะ

8. ใส่ใจคนรอบข้าง

ทุกคนย่อมมีคนที่เรารัก และรักเราอยู่ค่ะ ใส่ใจคนรอบตัวเราบ้าง เช่น อาจจะตั้งว่า วันนี้จะโทรหาเพื่อนคนนี้ สัก 5 นาที พรุ่งนี้โทรหาอีกคนหนึ่ง อาจจะใช้ช่วงเวลาที่เก็บของจะกลับบ้านก็ได้ค่ะ แค่นี้ ความสัมพันธ์ที่ดีก็จะยังมีอยู่ต่อไปค่ะ


ที่สำคัญที่สุดในการบริหารเวลาให้เป็นคือ สติ ข่มใจ และไม่วอกแวกไปตามสิ่งที่เข้ามาในระหว่างการทำงานจะดีที่สุดค่ะ


อย่าลืมนะคะ!! คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ “ใช้” ไม่เท่ากัน

ป้ายกำกับ: , , ,